2006/Oct/13

ถ้าครอบครัวของคนพิเศษของคุณกำหนด "สเปก" ของคู่ชีวิตของเขาไว้ล่วงหน้ามาเรียบร้อยแล้ว
หรืออาจจะหาคู่ไว้ให้เขาแล้ว คุณจะอยู่ตรงไหนดี ???

เรื่องแบบนี้ถ้าเกิดกับใคร ก็เจ็บปวดกันทั้งนั้น และหลายคู่ต้องเลิกรากันไปเพราะรับสภาพแบบนี้ไม่ได้
บางคู่จำต้องเลิกกัน ทั้ง ๆ ที่รักกันมาก
ถือเป็นเรื่อง "เศร้า" ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

แต่ถ้าพอจะแก้ไข หรือมีทางออกอะไรได้บ้าง ขอให้มองไปที่ "แฟนคุณ" ก่อนเลย
เพราะถ้าแฟนคุณมีความหนักแน่น เขาเป็นนักสู้เพื่อรักคนหนึ่ง
เขาจำเป็นต้องพิสูจน์ให้ครอบครัวของเขายอมรับให้ได้ว่า เขารักคุณจริง ๆ
และทำให้ครอบครัวของเขาเชื่อมั่นในการตัดสินใจของเขา
(แต่คุณต้องมั่นใจนะว่า ความรักของคุณดีเยี่ยมจริง ๆ
เพราะถ้าความรักของคุณสั่นคลอนเมื่อไหร่ พวกเขารอที่จะซ้ำเติมคุณอยู่แล้ว)...

ระหว่างหญิงกับชาย ผู้หญิงจะยืนหยัดอยู่ข้างผู้ชายเสมอ ถ้าหากเธอได้ตัดสินใจแล้วว่าเธอรักผู้ชายคนนี้
ตรงกันข้ามกับผู้ชายบางคนที่ไม่เข้มแข็งพอที่จะ "ขัดใจ" คุณพ่อคุณแม่

อยากให้ลองคิดว่า วันนี้เรามีแฟน ถ้าหากแต่งงานกันและแก่ไปด้วยกัน จะเหลือใครนอกจากเราสองคน

ถ้าเราได้เลือกแล้วว่าเขาคือ "คนที่ใช่"
จงสู้เพื่อคนที่เรารัก เพราะคนที่เราสู้เพื่อเขาจะเป็นคนเดียวที่อยู่กับเราไปจนแก่เฒ่า

ถ้าหากเราได้เจอคนที่ดี คนที่เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุข
อย่าปล่อยให้เขาหลุดมือไปง่าย ๆ เพราะคนแบบเขาอาจจะไม่แวะเวียนผ่านมาทางเราอีกแล้วก็ได้

การดูท่าทีของคนอื่นเป็นสิ่งที่ควรกระทำ
แต่ในเรื่องความรัก...การตัดสินใจเป็นเรื่องของแต่ละคน
เพราะความรักถูกออกแบบมาเฉพาะบุคคล
เราเท่านั้นที่จะรู้ว่า รักแบบไหน และใครคือคนที่เราต้องการ

2006/Oct/11

ในกระบวนการขั้นตอนทั้งหมดเกี่ยวกับ "ความรัก" มีคนเคยบอกว่า ขั้นตอนของการ "จีบ" นั้นดูจะหอมหวานและมีชีวิตชีวาที่สุด เป็นภาวะตรงกลางที่นำไปสู่การเปลี่ยนบทบาทและสถานภาพของคนสองคน

จาก "ใครก็ไม่รู้" กลายมาเป็น "คนรู้ใจ"

ภาวะนั้นอาจเรียกได้ว่าเป็น "จุดวิกฤต"

เห็นจะจริงดังที่เขาว่า...เพราะทุกคู่รักมักนึกถึงช่วงเวลาดี ๆ ในตอนที่จีบกันใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทุกอย่างมันช่างสดใส โลกทั้งโลกกลายเป็นสีชมพู และดูเหมือนดอกไม้จะส่งกลิ่นหอมหวานกว่าทุกวัน

คนบางประเภทจึงมีความสุขอยู่กับการเสพวิกฤตของตัวเอง...

เพราะมันเป็น "วิกฤตแห่งรัก"

ชายหนุ่คนนี้ที่ฉันรู้จักก็เช่นกัน...เขาสร้างความรักครั้งใหม่ในชีวิตอยู่เสมอ เพียงเพื่อที่จะได้เสพเอาความสดชื่น - หอมหวาน จากความรักในขณะที่มันยังเพิ่งเริ่มต้น และกำลังจะเข้าสู่จุดวิกฤต

เขาจะมีความสุขอยู่กับการเทียวไล้เทียวขื่อหญิงสาวที่เขาถูกใจ พลังแห่งความรักทำให้เขาลงทุนทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่แต่งตัวดี ๆ เพื่อเธอ ตามรับส่งเธอไม่ว่าดึกดื่นแค่ไหน หรือแม้กระทั่งสักชื่อของเธอบนตัวเขา ช่วงเวลาเหล่านี้ทำให้หัวใจของเขาพองโตจนแทบจะสำลักความสุข

แต่เมื่อหญิงสาวเริ่มเปิดใจให้เขา - รักเขา - และผูกพันกับเขา

จุดวิกฤตก็สิ้นสุดลง...

ชายหนุ่มจะเริ่มตีตัวออกห่าง การผูกมัดของคนรักทำให้ความรักไม่หอมหวานอีกต่อไป เขารักอิสระ และรู้สึกว่าเมื่อความรักลงตัว...ก็ไม่มีอะไรน่าค้นหาสำหรับเขาอีกแล้ว

เขาบอกลาหญิงสาว เพื่อเริ่มต้นมองหาคนใหม่ที่จะเรียกคืนความตื่นเต้นให้ชีวิตได้

เป็นอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...

..............................

ชายหนุ่มหลงใหลความหอมหวานของ "จุดวิกฤต"

ความรักในขั้นของการจีบ มีเสน่ห์ตรงที่หาความแน่นอนไม่ได้ ทำให้เรารู้สึกลุ้นและหวามไหวได้ตลอดเวลา อานุภาพของมันทำให้คนหน้าแดงเพราะความเขิน นอนไม่หลับเพราะรอเสียงโทรศัพท์ และตื่นเต้นกับการเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ไปเดทกับเขา

มันทำให้หัวใจเราไม่อยู่นิ่ง...และความสุขก็วูบวาบอยู่ในหัวใจทุกขณะ เหมือนกับตอนที่คนสองคนทะเลาะกันนั่นแหละ

มันเป็นจุดวิกฤต (แห่งความสุข)

คู่รักหลายคู่ - รักกันมากกว่าเดิม...เมื่อผ่านช่วงเวลาแห่งความไม่เข้าใจกันมาแล้ว เพราะจุดวิกฤตที่เกิดขึ้นระหว่างนั้น ทำให้คนสองคนที่ตั้งแง่ใส่กันรู้สึกคิดถึงกันมากกว่าเดิม

ความรู้สึกที่ปนเปกันระหว่าง "โกรธ" และ "รัก" ระหว่าง "อยากเชิดใส่" และ "อยากคืนดี"

ต่างจากตอนเป็นคนรักกันแล้ว...

เราไม่เคยเขินแฟนตัวเอง (กล้าทำทุกเรื่องต่อหน้าเขา) เราไม่เคยนอนรอโทรศัพท์จากเขาด้วยความตื่นเต้น (เพราะเราง่วงมาก) เราไม่เคยต้องเลือกเสื้อผ้าล่วงหน้า (และบางทีก็เป็นชุดเดียวกันกับเมื่อวาน)

ความลงตัวทำให้ชีวิตดำเนินไปอย่างราบเรียบ ความสุขไม่เคยวูบวาบในใจอีกเลย และใครหลายคน...อาจรู้สึกเบื่อหน้ากันในสักวันหนึ่ง

ชายหนุ่มคงกลัวตัวเองเบื่อหน้าแฟน หรือถูกแฟนเบื่อซะก่อน จึงชิงทิ้งเธอไปทุกครั้ง

แต่คู่รักที่ไม่อาจทิ้งกันได้ จึงได้แต่รักกันแบบเรียบ - ง่าย จนบางครั้งก็แทบจะไม่เหมือนคนรักกัน

........................

เพราะอะไร "จุดวิกฤต" ถึงหอมหวานกว่าช่วงชีวิตที่ราบเรียบลงตัว

คำตอบก็คือ เพราะมันมี "ช่องว่าง" ในความสัมพันธ์เกิดขึ้นนั่นเอง

ไม่ว่าจะเป็น "การจีบ" หรือ "การทะเลาะกัน" คนสองคนจะเว้นช่องว่างระหว่างกันไว้เสมอ เพราะมันมีความไม่แน่นอน และไม่ลงตัวเกิดขึ้น ช่องว่างก่อให้เกิดความเกรงใจ ความคาดหวัง และความอยากจะไปให้ถึงจุดที่แนบสนิท

ชีวิตที่แนบสนิท โดยไม่เคยมีจุดวิกฤต จึงเป็นชีวิตที่ไม่เคยเกิดความคาดหวัง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นขั้นตอน

แต่ความรักไม่ต้องการขั้นตอน

ความรัก มองหาทางลัดไปสู่ความโรแมนติคเสมอ ๆ

ไม่ต้องถึงกับสร้างจุดวิกฤตในชีวิตจนบ่อยครั้งนักหรอก ไม่ต้องลงทุนหาแฟนใหม่ทุก 2 เดือน หรือทะเลาะกับแฟนทุก 2 วัน เพื่อเพิ่มความหอมหวานให้ความรักหรอก เพราะความรักมีทางลัดที่ง่ายกว่านั้น

และคำตอบก็คือ "ช่องว่าง" ที่ว่านั่นแหละ

ถ้าคนสองคนรู้จักเว้นช่องว่างระหว่างกัน ความรักจะไม่อึดอัด และชาเฉย

บางที...ไม่ต้องสร้างวิกฤต ชีวิตก็หอมหวานได้เหมือนกัน

Thanks...ห่างหนึ่งก้าว รักเราเท่าเดิม P.49

2006/Oct/09

เธอคงไม่เหงาหรอก

ปีกเสรีที่ฉันหยิบยื่นให้

คงพอทำให้เธอแย้มยิ้มได้บ้าง

...

จะกลับมาหรือไม่

ก็สุดแล้วแต่เธอ...

เหมือน ๆ กับฉัน

จะรอเธอหรือไม่...

ก็เป็นเสรีของฉัน - เช่นกัน

Thanks...ห่างหนึ่งก้าว รักเราเท่าเดิม P.120